Published on ISSUE 15
จุดเด่นของบีเกิ้ลอยู่ที่สุนัขพันธุ์นี้จะไม่น้ำลายยืดและไม่ค่อยมีกลิ่นตัว แถมพวกมันมีสัญชาตญาณเป็นนักสืบตามรอยกระต่ายด้วยกลิ่นตั้งแต่กำเนิดอีกด้วย

Beagle : สุนัขนักสืบแห่งแดนอังกฤษ

เรื่อง howl the team ภาพ : Gratuaidong

ความสามารถในการตามรอยของบีเกิ้ลไม่เคยแพ้ใคร

แม้จะเป็นสุนัขที่ตามรอยเก่งไม่แพ้ใคร แต่ทว่าเรากำลับไม่สามารถตามรอยบีเกิ้ลได้ว่ามีต้นกำเนิดจากที่ไหนอย่างไรก็กันแน่ หรือแม้กระทั่งชื่อบีเกิ้ล (Beagle) เองตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ว่าเป็นคำหรือมีที่มาจากภาษาไหนเลย

ที่มาของชื่อ Beagle มีอยู่ 3 ทฤษฎี อย่างแรกคือชื่อนี้มาจากคำว่า Begueule ของภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า คอเปิด อย่างที่สองคือมาจากคำว่า Beag ของภาษาอังกฤษโบราณ ที่แปลว่า ตัวเล็ก และอย่างสุดท้ายคือมาจากคำว่า Begele ในภาษาเยอรมัน ที่แปลว่า ตำหนิหรือว่ากล่าว

เช่นเดียวกับที่มาของชื่อที่ช่างงุนงงสับสน ประวัติความเป็นมาของสุนัขพันธุ์นี้ก็แทบไม่ต่างกัน มีเอกสารบันทึกของชาวกรีกโบราณอายุกว่า 400 ปี ก่อนคริสตกาล ได้กล่าวถึงสุนัขที่มีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับสุนัขพันธุ์บีเกิ้ลไว้ ซึ่งชาวโรมันน่าจะเป็นผู้พาสุนัขที่มีหน้าตาคล้ายบีเกิ้ลเหล่านี้พร้อมกับการเดินทางโดยเรือสู่ดินแดนอังกฤษก่อนที่จะผสมกับสุนัขล่าเนื้อท้องถิ่นและกลายเป็นต้นตระกูลบีเกิ้ลในเวลาต่อมา

ในขณะเดียวกันก็มีหลักฐานอีกชิ้นหนึ่งคือในรัชสมัยของกษัตริย์ William the Conqueror ในปี ค.ศ.1066 ได้มีการนำเข้าสุนัขพันธุ์ Talbot Hound ซึ่งหลายคนเชื่อกันว่าสุนัขพันธุ์นี้เป็นต้นกำเนิดของสุนัขพันธุ์บีเกิ้ล และ Foxhound

จากนั้นในช่วงปี ค.ศ.1307 – 1509 ว่ากันว่าบีเกิ้ลได้ถูกพัฒนาสายพันธุ์ให้มีขนาดเล็กจิ๋ว บ้างก็ว่าเล็กขนาดใส่ไว้ในถุงมือได้เลยจนมีชื่อเรียกเฉพาะว่า Glove Beagle ซึ่งได้รับความนิยมสูง หลังจากนั้นสุนัขพันธุ์นี้ก็ได้ถูกใช้เป็นสุนัขล่าสุนัขจิ้งจอก แต่ก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนักเพราะว่าบีเกิ้ลช้ากว่าสุนัขล่าสัตว์คู่แข่งอย่าง Foxhound ทำให้ความนิยมค่อยๆ ลดลงไป เหลือเพียงแต่เหล่าชาวไร่ในชนบทของอังกฤษเท่านั้นที่ยังคงเลี้ยงบีเกิ้ลเพื่อช่วยจับกระต่าย ทำให้สายพันธุ์นี้ยังคงพอสืบทอดต่อมาได้

จนกระทั่งในปี ค.ศ.1800 Reverend Phillip Honeywood ได้เพาะพันธุ์บีเกิ้ลขึ้นมาใหม่และเป็นสายพันธุ์ที่น่าจะเป็นต้นกำเนิดของสุนัขบีเกิ้ลยุคใหม่ที่เรารู้จักกันดี โดยตอนแรกพวกมันถูกปรับปรุงพันธุ์เพื่อให้เป็นนักล่าอีกครั้ง ไม่ใช่เลี้ยงไว้เพื่อดูเล่น จนกระทั่ง Thomas Johnson ได้ปรับปรุงพันธุ์บีเกิ้ลใหม่ให้ทั้งน่ารักและล่าสัตว์เก่งด้วย

เมื่อบีเกิ้ลถูกนำเข้าไปในสหรัฐอเมริกา ก็ได้มีการปรับปรุงพันธุ์ให้พวกมันมีขนาดเตี้ยลงเพื่อใช้ล่ากระต่ายได้ดีขึ้น (ในขณะที่บีเกิ้ลสายอังกฤษจะตัวโตกว่าเพราะใช้ในการล่าสุนัขจิ้งจอก) ส่วนลวดลาย 3 สี อันโดดเด่นของสุนัขพันธุ์นี้นั้นได้รับการพัฒนามาจาก Willet Randall ในนิวยอร์ก ซึ่งลวดลาย 3 สี นี้ได้รับความนิยมมากและกลายเป็นแพทเทิร์นหลักของสุนัขพันธุ์นี้ไปโดยปริยาย

แม้ที่มาจะงุนงงสับสน แต่ปัจจุบันบีเกิ้ลเป็นสุนัขตัวเล็กแสนรู้ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จุดเด่นของบีเกิ้ลอยู่ที่สุนัขพันธุ์นี้จะไม่น้ำลายยืดและไม่ค่อยมีกลิ่นตัว แถมพวกมันมีสัญชาตญาณเป็นนักสืบตามรอยกระต่ายด้วยกลิ่นตั้งแต่กำเนิดอีกด้วย ด้วยคุณสมบัติเพียบพร้อมขนาดนี้ทำให้ที่สหรัฐอเมริกามันติดอันดับ 5 ของสุนัขยอดนิยม รวมไปถึงตัวการ์ตูนคู่ใจเด็กน้อยทั่วโลกอย่าง สนูปปี้ ก็มีต้นแบบจากสุนัขพันธุ์นี้

เรียกได้ว่าเป็นโด่งดังแบบไม่ต้องสืบกันเลยทีเดียว