Web Exclusive
มารู้จักสำนวนเหมียวๆ สุภาษิตแมวๆ ของชาวญี่ปุ่นกันเถอะ

สำนวนแมวๆ ของชาวญี่ปุ่น

เรื่อง : howl the team

มารู้จักสำนวนเหมียวๆ สุภาษิตแมวๆ กันเถอะ

เมื่อมนุษย์กับแมวนั้นอยู่ร่วมกันมานาน ก็ไม่น่าแปลกใจที่เหล่าแมวนั้นจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมภาษาได้ โดยเฉพาะในเมืองหลวงแมวโลกอย่างประเทศญี่ปุ่นนั้น เมื่อสังเกตให้ดีจะพบว่ามีแมวอยู่ในสำนวนของชาวญี่ปุ่นไม่น้อยเลยทีเดียว

ในคราวนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับสำนวนที่มีแมวของชาวญี่ปุ่นกันว่ามีอะไรบ้าง จะเปรียบเปรยได้น่ารักชวนหมั่นเขี้ยวขนาดไหน รวมไปถึงสำนวนเหล่านี้มีความหมายอย่างไร เอาไว้ใช้ตอนไหนได้บ้างเอาไว้เป็นความรู้รอบตัวสนุกๆ กัน

บางทีถ้าแมวรู้ก็คงจะบอกว่าแอบแซวเราฝ่ายเดียวเลยนะ แต่ไม่แน่เหมือนกันว่าในโลกภาษาของแมวก็อาจจะมีสำนวนสุภาษิตที่แซวมนุษย์อยู่เหมือนกัน

เพียงแต่ว่าเรายังฟังภาษาแมวไม่ออกเท่านั้นเอง

Neko no te mo karitai (猫の手も借りたい)

งานยุ่งแบบนี้ต่อให้เป็นแมวก็มาช่วยทีเถอะ คงมีคนเคยคิดแบบนี้บ้างแน่ๆ ในระหว่างที่ปั่นงานสุดระทึกแล้วเห็นแมวของเรานอนอวดพุงสบายใจเฉิบอย่างไม่สนใจโลก ด้วยเหตุนี้ก็เลยเกิดเป็นสำนวนญี่ปุ่น “กระทั่งมือแมวก็อยากยืม” ที่หมายถึงตัวคนกล่าวนั้นกำลังยุ่งมากแบบสุดๆ จนอยากจะให้ใครก็ได้มาช่วยจัง ต่อให้เป็นคนที่ไม่มีประสบการณ์หรือเป็นคนที่ไม่เกี่ยวข้องก็ตาม

เปรียบเสมือนการขอยืมมือแมวมาช่วย ทั้งๆ ที่รู้ว่ามือแมวนั้นหยิบจับอะไรไม่ได้เลย อีกทั้งเจ้าของแมวคงรู้กันดีว่ามือแมวนั้นมีเอาไว้สร้างเรื่องป่วนมากกว่าช่วย แต่ถึงกระนั้นก็ยังดีกว่าไม่มีมือไหนมาช่วยเลย

Koukishin neko wo korosu (好奇心猫を殺す)

“ความอยากรู้อยากเห็นเป็นสิ่งที่ฆ่าแมว” สำนวนที่ฟังดูโหดนิดๆ นี้ หมายถึง ความสอดรู้สอดเห็นหรือการยุ่งเรื่องคนอื่นมากเกินพอดีจะนำมาซึ่งภัยอันตรายสู่ตัวเอง เปรียบเสมือนกับแมวเป็นสัตว์ที่ชอบสอดรู้สอดเห็นและขี้สงสัย ซึ่งอาจจะทำให้ตัวเองไปเจอกับอันตรายที่ไม่คาดคิดได้

จริงๆ บางคนคิดว่านี่ไม่ใช่สำนวนญี่ปุ่นแท้ๆ หากแต่เป็นการแปลมาจากสำนวนภาษาอังกฤษแบบตรงตัวเลยคือ “Curiosity killed the cat” และใช้กันมาจนกลายเป็นสำนวนติดปากชาวญี่ปุ่นไปในที่สุด เช่นเดียวกับสำนวนที่ว่า “แมว 9 ชีวิต” ที่เป็นความเชื่อที่รับมาจากทางตะวันตกเช่นกัน

Neko ni koban (猫に小判)

คำว่า Koban นั้นหมายถึงเหรียญทองของญี่ปุ่นในสมัยโบราณ ดังนั้นสำนวน “มอบเหรียญทองให้กับแมว” นี้หมายถึงมอบของที่มีค่าให้กับคนที่ไม่รู้จักค่าของสิ่งนั้น เปรียบได้ดั่งแมวได้รับเหรียญทองแต่ไม่รู้ว่าจะนำไปใช้ยังไงดีนั่นเอง ถ้าแมวรู้ก็คงบอกว่าเอาเหรียญทองนี่ไปซื้อขนมแมวเลียมาให้ซักลังแทนเสียยังจะดีกว่า

ที่น่าสนใจคือในหลายๆ ประเทศมีสำนวนที่มีความหมายคล้ายๆ แบบนี้เหมือนกัน อย่างในประเทศไทยจะมีสำนวนว่า ลิงได้แก้ว หรือ ไก่ได้พลอย ส่วนในภาษาอังกฤษก็มีสำนวน “ให้ไข่มุกกับหมู” (Casting Pearl Before Swine) ซึ่งก็มีความหมายแบบเดียวกัน

Neko wo kaburu (猫をかぶる)

ดูเหมือนชาวญี่ปุ่นจะมองว่าน้องแมวเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีพิษภัยอะไร (เหรอ) จึงมีสำนวนกล่าวว่า “สวมรอยเป็นแมว” หรือถ้าให้แปลตรงตัวน่าจะประมาณว่า “สวมหนังแมว” ซึ่งมีความหมายถึงคนที่แสดงภายนอกว่าไร้เดียงสาหรือไม่มีพิษภัยอะไร แต่จริงๆ แล้วกลับเป็นคนเจ้าเล่ห์หรือมีเล่ห์เหลี่ยม หรือจะใช้กับคนที่มีความสามารถมากแต่แกล้งเก็บงำความสามารถนั้นไว้ไม่ให้แสดงออกมาก็ได้ เปรียบได้ดั่งปลอมตัวเป็นแมวที่แสนน่ารักไร้พิษภัยนั่นเอง

ส่วนชาวไทยก็มีสำนวนทำนองนี้เหมือนกันแต่ใช้เป็นแมวตัวใหญ่แทนก็คือ “เสือซ่อนลาย” หรือ “ซ่อนเขี้ยว ซ่อนเล็บ” ส่วนในภาษาอังกฤษใช้เป็น “หมาป่าห่มหนังลูกแกะ” (Wolf in Sheep’s Clothing) แทน

ที่น่ารู้อีกอย่างคือสำนวน Neko wo kaburu ถูกใช้เป็นชื่อภาพยนตร์แอนิเมชั่นชื่อดัง ที่เรามักรู้จักกันในชื่อ A Whisker Away หรือเหมียวน้อยคอยรัก เรื่องราวของเด็กสาวที่แปลงร่างเป็นแมวได้เพื่อใกล้ชิดกับชายหนุ่มที่ตัวเองชอบนั่นเอง

Nekoze / Neko-jita (猫背 / 猫舌)

เชื่อไหมว่ามีสำนวนญี่ปุ่นเกี่ยวกับส่วนต่างๆ ของแมวเยอะมากเลยทีเดียว ในคราวนี้เราขอเลือกอันที่พบได้บ่อยมาเล่ากันก่อน แล้วเดี๋ยวเราจะมาเล่าถึงสำนวนอื่นๆ ให้ฟังกันในโพสหน้านะ อย่างแรกสุดคือสำนวนที่ว่า “หลังแมว” ซึ่งหมายถึงการที่ชาวญี่ปุ่นเห็นแมวหลังโค้งๆ ตอนโก่งตัว เลยกลายเป็นสำนวนหมายถึงใครที่หลังค่อมหรือหลังโค้งว่าเป็นหลังแมวนั่นเอง

ส่วนอีกสำนวนหนึ่งที่ใครหลายคนคงคุ้นเคยกันดีก็คือ “ลิ้นแมว” ซึ่งหมายถึง คนที่กินเครื่องดื่มหรืออาหารร้อนๆ ไม่ค่อยได้ จริงๆ แล้วเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแมวกินของร้อนได้หรือไม่ แต่ดูเหมือนว่าชาวญี่ปุ่นจะมองว่าแมวไม่ชอบกินของร้อนก็เลยกลายเป็นสำนวนนี้ขึ้นมา

ส่วนสำนวนภาษาไทยที่เกี่ยวข้องกับร่างกายแมวก็คงจะเป็น “ตีนแมว” ที่หมายถึงคนที่ฝีเท้าเบาหรืออาจหมายถึงขโมยนั่นเอง

Kyuso Neko o Kamu (窮鼠猫を噛む)

หนูกับแมวเป็นของคู่กันอยู่แล้ว เราคงต่างรู้กันดีว่าแมวนั้นชอบจับหนูมากขนาดไหน (แต่โอเค บางบ้านแมวอาจจะขี้เกียจเสียจนมองหนูเดินผ่านเฉยๆ เลยก็ได้) แต่ในสำนวน “หนูที่จนมุมก็กัดแมวได้เหมือนกัน” นี้ หมายถึง คนที่จนตรอกหรือถูกบีบให้ไม่มีทางเลือกแล้วก็สามารถสู้กลับหรือสู้ตายได้เหมือนกัน ทั้งๆ ที่ปกติไม่มีทางทำอย่างนั้นแน่ๆ เปรียบได้ดั่งหนูที่เป็นผู้ถูกล่าแต่ก็พร้อมหันเขี้ยวเล็บใส่แมวอย่างไม่กลัวเกรงได้เช่นกันถ้ารู้ว่ายังไงก็ไม่มีทางหนีแล้ว

สำนวนนี้ในภาษาไทยกลับใช้เป็นน้องหมาคือ “สุนัขจนตรอก” นั่นเอง แต่อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นแมว หนู สุนัข หรือใครก็ตามก็อย่าทำร้ายพวกเขาเสียจนไม่มีทางเลือกเลยนะ หันหน้าเข้าหากันแล้วหาทางออกดีๆ ร่วมกันน่าจะดีกว่า