เมื่อไรก็ตามที่สัตวแพทย์แจ้งว่า “สัตว์เลี้ยงของเราจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด” ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นในหัวของคุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านคงหนีไม่พ้นความกังวลใจ ความกลัวเรื่องบาดแผลขนาดใหญ่ ความทรมานจากความเจ็บปวดหลังตื่นยาสลบ ความเสี่ยงในการติดเชื้อ และระยะเวลาการพักฟื้นอันยาวนานที่อาจบั่นทอนทั้งสุขภาพกายของลูกรักและสุขภาพใจของเจ้าของ
ทว่าในปัจจุบัน วิทยาการทางการสัตวแพทย์ของประเทศไทยได้ก้าวล้ำไปอีกขั้น เทคโนโลยีล้ำสมัยได้เข้ามาเปลี่ยนภาพจำของการผ่าตัดแบบเดิมไปโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะ “การผ่าตัดผ่านกล้อง” หรือ Laparoscopic Surgery ที่เข้ามาช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ ลดความเจ็บปวด และช่วยให้น้องหมา น้องแมวฟื้นตัวกลับบ้านไปวิ่งเล่นได้เร็วขึ้นกว่าที่เคย
วันนี้ เราจะขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 นำโดย สพ.ญ.อุราภา กลั่นเสนาะ (คุณหมอเตย) สพ.ญ.ศศิจรัส ตันตระจักร์ (คุณหมอปิ๊ก) น.สพ.ปราชญ์ หมายหาทรัพย์ (คุณหมอปราชญ์) และ สพ.ญ.ธมลวรรณ อัญมณีเจริญ (คุณหมอมด) ผู้เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นในการใช้นวัตกรรมระดับโลก และการดูแลแบบทำงานร่วมกันเป็นทีม เพื่อมอบความอุ่นใจและผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยงครอบครัวของคุณ

ถอดรหัส “ความมุ่งมั่น” สี่ชีวิตเบื้องหลังมีดหมอ เพื่อรอยยิ้มของเจ้าของ
เส้นทางสู่การเป็นสัตวแพทย์ศัลยกรรมเฉพาะทางต้องแบกรับความกดดันสูงและต้องตัดสินใจในระดับนาทีชีวิต แต่อะไรคือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่คุณหมอทั้ง 4 ท่านจากรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งใจทุ่มเทเพื่อสัตว์ป่วยในทุก ๆ วัน ?
“สำหรับเตย ศัลยกรรมคือการประยุกต์เอาวิทยาศาสตร์การแพทย์มาผสมผสานกับงานศิลปะค่ะ” คุณหมอเตยเล่าด้วยแววตาเป็นประกาย
“เตยชอบงานหัตถการตั้งแต่สมัยเรียน เพราะรู้สึกว่าเราทำตรงนี้ได้ดี สนุกกับการประดิดประดอยเย็บแผลให้สวยงาม และตั้งใจซ่อมแซมเนื้อเยื่อให้ดีที่สุดโดยทำให้บาดแผลบอบช้ำน้อยที่สุด เพื่อให้เด็ก ๆ เจ็บตัวน้อยที่สุดค่ะ”

ขณะที่ คุณหมอมด และ คุณหมอปิ๊ก ต่างมีจุดเริ่มต้นมาจากความรักในงานฝีมือและการได้เห็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนชีวิตสัตว์เลี้ยง
คุณหมอมดเผยว่า “มดชอบงานประดิษฐ์ งานเย็บปักถักร้อยอยู่แล้ว พอได้เข้าช่วยในห้องผ่าตัดตอนเรียน เรารู้สึกทันทีว่านี่แหละคืองานที่ใช่ ยิ่งในวันที่เราเจอเคสวิกฤตที่น้อง ๆ ดูเหมือนจะเจ้าของจะต้องเอ่ยคำลากับน้อง ๆ แล้ว แต่พอผ่านการผ่าตัดแล้วเราช่วยให้เขารอดชีวิตได้ เห็นแววตาและรอยยิ้มของเจ้าของที่ดีใจจนบอกไม่ถูก มันเป็นความรู้สึกที่เติมเต็มหัวใจอย่างที่สุดค่ะ”
คุณหมอปิ๊กกล่าวเสริมว่า “จุดตั้งต้นของปิ๊กคือการได้เห็นพี่ ๆ หมอรักษาน้องหมาน้องแมวให้หายป่วยจากโรคยาก ๆ ได้เห็นสัตว์เลี้ยงกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข และเห็นความสุขของเจ้าของสะท้อนออกมา มันเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เราอยากมายืนในจุดนี้ เพื่อส่งมอบความสุขนั้นคืนให้กับเจ้าของทุก ๆ ท่านค่ะ”


ทางด้าน คุณหมอปราชญ์ ได้ร่วมแชร์มุมมองในแง่ของความเด็ดขาดและความตั้งใจเต็มร้อยบนโต๊ะผ่าตัดว่า “ในมุมมองของผม การศัลยกรรมเป็นการรักษาที่เกิดขึ้นด้วยมือของเราเอง มันเบ็ดเสร็จและจบลงบนโต๊ะผ่าตัดเลยครับ” คุณหมอปราชญ์อธิบาย
“เวลาอยู่ในห้องผ่าตัด มันเหมือนเป็นช่วงเวลาที่เราได้โฟกัสกับการรักษาตรงหน้าอย่างเต็มที่ และพอเราแก้ปัญหาตรงนั้นได้ น้องหายดี เจ้าของมีความสุข มันกลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้เราอยากพัฒนาตัวเองและหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ กลับมาช่วยชีวิตพวกเขาให้ได้มากที่สุดครับ”

“บรรลุเป้าหมายในทุกมิติ” นิยามการผ่าตัดที่ดี ในมุมมองที่เข้าใจหัวอกคนรักสัตว์
เมื่อความมุ่งมั่นของคุณหมอทั้ง 4 ท่านมารวมกัน นิยามของการผ่าตัดที่ดีที่ รพส.พญาไท 7 จึงไม่ได้หมายถึงแค่การผ่าตัดสำเร็จตามหลักการแพทย์เท่านั้น แต่คือการมองรอบด้านเพื่อหัวอกของคนเป็นเจ้าของ
คุณหมอเตยอธิบายว่า การผ่าตัดที่ดีต้องครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ได้แก่ มิติทางการแพทย์ หรือการรักษาความผิดปกติได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน และไร้การติดเชื้อ มิติคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง ซึ่งหมายถึงความมุ่งเน้นการลดความเจ็บปวดหลังผ่าตัด แม้ในบางเคสที่ไม่สามารถรักษาโรคให้หายขาดได้ 100% แต่การผ่าตัดต้องช่วยประคับประคองให้เขาสามารถใช้ชีวิตช่วงที่เหลืออยู่ได้อย่างมีความสุขและทรมานน้อยที่สุด และสุดท้าย มิติจิตใจและกำลังทรัพย์ของเจ้าของ ทีมศัลยแพทย์ให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่โปร่งใส ชัดเจน และร่วมพิจารณาแผนการรักษาบนความเหมาะสม คุ้มค่า ไม่สร้างภาระค่าใช้จ่ายที่เกินตัวจนเจ้าของต้องแบกรับความเครียดเกินไปจนนำไปสู่การถอดใจจากการรักษาในที่สุด

อุ่นใจในทุกขั้นตอนด้วยความเชี่ยวชาญแบบ Seamless Teamwork
ทีมคุณหมอเน้นย้ำว่า การผ่าตัดที่ปลอดภัยสำหรับลูกรักของเจ้าของ ไม่ได้เกิดขึ้นจากศัลยแพทย์เพียงคนเดียว แต่เกิดจาก “ทีมงานเฉพาะทางทั้งโรงพยาบาล” ที่ดูแลประสานกันอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นทีมอายุรกรรมและภาพวินิจฉัยที่ทำหน้าที่ตรวจคัดกรอง วินิจฉัยรอยโรคผ่าน Ultrasound, X-ray หรือ CT Scan เพื่อส่งต่อข้อมูลแม่นยำ ทีมศัลยแพทย์ ผู้ประเมิน วางแผนการผ่าตัดล่วงหน้า และลงมือทำหัตถการอย่างประณีต ทีมวิสัญญีแพทย์ ผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินความพร้อมร่างกาย คุมสัญญาณชีพ และวางแผนยาสลบเพื่อจัดการความเจ็บปวดอย่างปลอดภัยตลอดการผ่าตัด รวมถึงทีมพยาบาลสัตว์ ผู้ช่วยดูแลอุปกรณ์ เตรียมความพร้อม และเฝ้าระวังอาการหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด
“ต่อให้หมอจะผ่าตัดได้ดีแค่ไหน แต่ถ้าขาดการวางยาที่เสถียร หรือขาดการดูแลหลังผ่าตัดที่เหมาะสม ทุกอย่างก็ล้มเหลวได้ครับ ดังนั้น แผนการรักษาของเราจึงต้องถูกสื่อสารและทำความเข้าใจร่วมกันทั้งทีม รวมถึงตัวเจ้าของด้วย เพื่อให้ทุกคนอุ่นใจที่สุด” คุณหมอปราชญ์และคุณหมอมดเน้นย้ำ

“Laparoscopic Surgery” ทางเลือกใหม่ที่เปลี่ยนความกลัวเป็นรอยยิ้ม
จากความตั้งใจที่อยากให้น้องหมาน้องแมวเจ็บตัวน้อยที่สุด ทีมศัลยแพทย์ รพส.พญาไท 7 จึงนำเทคโนโลยี การผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopic Surgery) เข้ามาตอบโจทย์
คุณหมอปราชญ์อธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ ว่า “มันคือการเปลี่ยนจากการกรีดเปิดแผลยาว ๆ มาเป็นการเจาะรูเล็ก ๆ ขนาดเพียงไม่กี่มิลลิเมตร แล้วใส่อุปกรณ์พร้อมกล้องความละเอียดสูงเข้าไปทำงานแทน แน่นอนครับว่าการผ่าตัดปกติย่อมสร้างความช้ำให้ร่างกาย แต่การผ่าตัดผ่านกล้องช่วยลดความบาดเจ็บตรงนี้ลงไปได้มหาศาล บาดแผลเล็กนิดเดียว สัตว์เลี้ยงเจ็บน้อยลง ฟื้นตัวไวขึ้น และลดโอกาสติดเชื้อได้ดีมากครับ”
หนึ่งในเคสความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ คือเคสของ “น้องซีพี” สุนัขพันธุ์ชนาเซอร์ อายุ 4 ปี ที่ป่วยด้วยภาวะ ไส้เลื่อนกระบังลมเข้าถุงหุ้มหัวใจ (PPDH) ซึ่งเป็นโรคหายากแต่กำเนิด
คุณหมอปิ๊กเล่าว่า “ปกติแล้วการผ่าตัดโรคนี้แบบดั้งเดิม ต้องกรีดเปิดแผลยาวตั้งแต่หน้าอกลงไปถึงท้อง เพื่อดึงอวัยวะที่ไหลไปอยู่ในถุงหุ้มหัวใจกลับลงมา ซึ่งทำให้สัตว์เลี้ยงเจ็บปวดและบอบช้ำมาก แต่น้องซีพีเคยมีประวัติโรคหมอนรองกระดูกมาก่อน เจ้าของจึงกังวลเรื่องการฟื้นตัว ไม่อยากให้อยู่โรงพยาบาลนานและไม่อยากให้แผลใหญ่ ทางทีมจึงเสนอทางเลือกเป็นการผ่าตัดผ่านกล้อง”
คุณหมอปราชญ์และคุณหมอเตยเสริมว่า “การผ่าตัดซ่อมแซมกระบังลมผ่านกล้องมีความท้าทายสูงมาก แต่ภาพขยายระดับคมชัดสูงจากกล้อง ช่วยให้เราเห็นโครงสร้างร่างกายภายในได้อย่างชัดเจน จนสามารถเย็บปิดรูรั่วได้สำเร็จอย่างงดงาม หลังผ่าตัดเพียง 2 เดือน น้องซีพีกลับมาวิ่งเล่นร่าเริง ผลตรวจหัวใจและกระบังลมสมบูรณ์เป็นปกติ 100% โดยไม่ต้องทนเจ็บจากบาดแผลขนาดใหญ่เลยครับ”

หัตถการผ่าตัดผ่านกล้องเพื่อลูกรัก แผลเล็ก ฟื้นตัวไว ตอบโจทย์ทุกการดูแล
นอกจากเคสซับซ้อนแล้ว ทีมศัลยแพทย์ โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 ยังนำเทคโนโลยีผ่าตัดผ่านกล้องมาใช้กับหัตถการหลากหลายรูปแบบ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของสัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเป็น
- การทำหมันสุนัขตัวเมียผ่านกล้อง ที่มีจุดเด่นที่สร้างบาดแผลเล็กนิดเดียว ลดความเจ็บปวดหลังผ่าตัด สัตว์เลี้ยงไม่เครียดและฟื้นตัวได้เร็วกว่าการทำหมันแบบเดิม
- การเย็บตรึงกระเพาะอาหารป้องกันกระเพาะบิด ซึ่งในสุนัขพันธุ์กลางและพันธุ์ใหญ่ที่มีความเสี่ยงภาวะกระเพาะอาหารบิดหมุน (GDV) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต สามารถทำผ่านกล้องควบคู่ไปกับการทำหมันได้โดยใช้เวลาเพิ่มขึ้นเพียง 30 นาที แต่ช่วยป้องกันโรคร้ายในอนาคตได้อย่างปลอดภัย
- การผ่าตัดถุงน้ำดี ซึ่งคุณหมอปราชญ์ให้ข้อมูลว่า หากรอให้ท่อน้ำดีอุดตันแล้วค่อยผ่าเปิด อัตราเสี่ยงจะสูงมาก แต่การใช้กล้องตัดถุงน้ำดีออกก่อนเกิดการอุดตัน ช่วยลดความเสี่ยงลงได้อย่างมหาศาล ปัจจุบันทีมสามารถทำในสุนัขตัวเล็กน้ำหนักเพียง 3 กิโลกรัมได้แล้ว โดยเลาะถุงน้ำดีออกจากตับได้อย่างประณีต
- การส่องกล้องนำนิ่วในกระเพาะปัสสาวะออก โดยเฉพาะในสุนัขเพศผู้ที่เดิมต้องผ่าเปิดผ่านชั้นกล้ามเนื้อซึ่งเจ็บปวดมาก การส่องกล้องช่วยให้เจาะรูเล็ก ๆ นำนิ่วออกได้โดย ไม่ต้องผ่าตัดผ่านชั้นกล้ามเนื้อเลย ทำให้สัตว์เลี้ยงไม่เจ็บแผล และกล้องยังช่วยสำรวจภายในกระเพาะปัสสาวะได้อย่างถี่ถ้วน ไร้ปัญหานิ่วตกค้าง
- ผ่าตัดทองแดงและผ่าตัดช่องท้องแผลเดียว สำหรับน้องแมวที่เป็นทองแดงในช่องท้อง หรือการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อตับ/การตัดม้าม ปัจจุบันสามารถทำผ่านการเจาะรูเล็ก ๆ หรือเปิดแผลเดียวขนาดเพียง 2-3 เซนติเมตร ทำให้แผลสมานตัวไวและไม่สร้างความบอบช้ำ

พร้อมดูแลและให้คำปรึกษา… ร่วมกับคุณหมอประจำตัวของน้อง
สิ่งที่คุณหมอทั้ง 4 ท่านตั้งใจสื่อสารไปถึงคุณพ่อคุณแม่คนรักสัตว์ทุกคน คือความพร้อมที่จะให้บริการและให้คำปรึกษาอย่างเปิดกว้าง
หากน้องหมาน้องแมวของคุณได้รับการตรวจพบความผิดปกติจากคลินิกหรือโรงพยาบาลประจำ แล้วคุณหมอประจำตัวแนะนำให้มาปรึกษาศัลยแพทย์เฉพาะทาง หรือหากคุณพ่อคุณแม่ต้องการศึกษาทางเลือกการผ่าตัดผ่านกล้องเพิ่มเติม คุณหมอปราชญ์ได้กล่าวให้ความมั่นใจว่า
“การมารับคำปรึกษาหรือการส่งต่อเคสมาผ่าตัดผ่านกล้อง ไม่ได้หมายความว่าคุณหมอประจำตัวรักษาน้องไม่ดีนะครับ แต่เพราะเทคโนโลยีทางการแพทย์ปัจจุบันพัฒนาไปไกลมาก การมาร่วมกันวางแผนการรักษาระหว่างเจ้าของ สัตวแพทย์ประจำตัว และทีมศัลยแพทย์เฉพาะทาง คือการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวสัตว์เลี้ยงครับ”
คุณหมอเตยและคุณหมอมดกล่าวปิดท้ายด้วยคำเชิญชวนที่อบอุ่นว่า “ประตูโรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 เปิดกว้างเสมอสำหรับคุณพ่อคุณแม่ทุกคนค่ะ”
“สามารถโทรเข้ามาสอบถาม นัดหมายเข้ามาพูดคุย หรือพาน้องเข้ามาตรวจประเมินก่อนได้ ไม่จำเป็นว่าเข้ามาคุยแล้วจะต้องผ่าตัดทันที เรายินดีให้ข้อมูลเพื่อช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เลือกทางเลือกที่ปลอดภัยและสบายใจที่สุดสำหรับลูกรักค่ะ”
เพราะสำหรับคนรักสัตว์แล้ว สัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง แต่คือสมาชิกคนสำคัญในครอบครัว การเลือกวิธีการผ่าตัดที่เจ็บน้อยที่สุด บอบช้ำน้อยที่สุด และปลอดภัยที่สุด จึงเป็นสิ่งที่เรามอบให้พวกเขาได้
โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7 พร้อมเป็นอีกหนึ่งที่พึ่งพิงด้วยเทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้องที่ล้ำสมัย และทีมศัลยแพทย์ที่พร้อมดูแลลูกรักของคุณด้วยความรักและความใส่ใจอย่างเต็มหัวใจ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการสอบถามข้อมูล ปรึกษาอาการ หรือนัดหมายตรวจประเมินการผ่าตัดผ่านกล้อง สามารถติดต่อได้โดยตรงที่ โรงพยาบาลสัตว์พญาไท 7
