Published on ISSUE 13
ทุกครั้งที่เล่นดนตรีเปิดหมวก สุนัขตัวนี้จะมานั่งฟังตรงหน้าเขาเสมอ มันอาจจะเพียงแค่เอาใจเพื่ออยากได้อาหาร หรืออาจชอบฟังเพลงของเขาจริงๆ หรือบางทีมันเพียงแค่ไม่อยากอยู่ตัวคนเดียว

Alone Together

เรื่อง howl the team ภาพ : ชาพีช

นิติมองท้องฟ้าภายนอกด้วยสายตาที่ขุ่นมัว

ส่วนหนึ่งอาจเพราะเมื่อคืนเขาเพิ่งได้นอนแค่ 3 ชั่วโมง ผมเผ้ายังคงยุ่งเหยิง เช่นเดียวกับอารมณ์ที่ขุ่นมัวเหมือนกับท้องฟ้าสีเทาข้างนอกตอนนี้ อาชีพนักดนตรีแบบเขาทำให้เวลาการนอนค่อนข้างแตกต่างจากคนทั่วไป เมื่อคืนเขาก็เพิ่งขึ้นเล่นบนเวทีคอนเสิร์ตเสร็จมา

ทั้งๆ ที่ดนตรีและการร้องเพลงเป็นสิ่งที่เขาชอบ แต่น่าแปลกที่ดูเหมือนคนอื่นจะไม่ได้สนใจท่วงทำนองหรือถ้อยคำที่เขาพยายามถ่ายทอดออกมาเลย

ในโลกแห่งการตลาดยุคใหม่ ดูเหมือนว่าฝีมือและทักษะแห่งความประณีตดูจะไม่สำคัญเท่าเปลือกนอกที่เข้าใจได้ง่ายกว่า เช่น หน้าตา หรืออะไรที่ฉูดฉาดเพียงชั่วครั้งคราว ทางค่ายที่เขาสังกัดอยู่เลยพยายามที่จะดันเขาให้ขายหน้าตามากกว่าการเป็นนักดนตรี

นั่นอาจเป็นหนทางที่ถูกต้องสำหรับการทำธุรกิจที่สุดแล้ว จงขายในสิ่งที่ขายได้

แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกอึดอัดเหลือเกิน

เพลงที่คนสนใจฟังน้อยกว่าการไลฟ์ทักทายแฟนคลับของเขา ยิ่งทำให้นิติรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจในสิ่งที่เขาพยายามสื่อสารออกไปในท่วงทำนองแห่งดนตรีเลย

ตอนนี้สายมากแล้ว แต่ท้องฟ้ายังคงขมุกขมัว ชายหนุ่มตัดสินใจหยิบกีต้าร์แล้วเดินออกจากห้อง

เป้าหมายของเขาคือพื้นที่ประจำในสวนสาธารณะเล็กๆ ไม่ไกลจากคอนโดที่เขาอยู่ เขามักใช้วันหยุดเล่นกีต้าร์เปิดหมวกอยู่เสมอ น่าตลกดีที่เมื่อแต่งตัวธรรมดาที่ออกจะดูเก่าๆ หน่อยแล้ว ก็แทบไม่มีใครจำเขาได้เลย

ในระหว่างการเล่นดนตรีอย่างไร้จุดหมายนั้น เขาเห็นผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาเสมอ แต่น้อยครั้งมากที่จะมีใครมาหยุดยืนหรือสนใจฟังอย่างจริงจัง ในบางครั้งเขาก็อดนึกไม่ได้ว่าผู้คนมากมายที่เดินผ่านไปมานั้นเขากำลังไปที่ไหนกัน

หรือแม้แต่ตัวพวกเขาเองก็ยังไม่รู้เลย

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มีคนฟังขาประจำ แต่จะพูดว่าคนก็คงไม่ได้เพราะว่าสิ่งมีชีวิตที่มาหยุดยืนฟังเขาเสมอเป็นสุนัขจรจัดตัวหนึ่ง มันเป็นสุนัขจรจัดที่อาศัยอยู่ในสวนสาธารณะแห่งนี้ ยังชีพโดยเศษอาหารที่มีคนใจดีเอามาให้ ซึ่งบางทีก็รวมไปถึงเขาด้วย

ทุกครั้งที่นิติเล่นดนตรีเปิดหมวก สุนัขตัวนี้จะมานั่งฟังตรงหน้าเขาเสมอ

มันอาจจะเพียงแค่เอาใจเพื่ออยากได้อาหาร หรืออาจชอบฟังเพลงของเขาจริงๆ

หรือบางทีมันเพียงแค่ไม่อยากอยู่ตัวคนเดียว

นิติเคยอ่านบทความเกี่ยวกับดนตรีในมุมมองของสัตว์ ซึ่งยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักวิทยาศาสตร์ว่าสัตว์สามารถรู้จักเสียงดนตรีได้หรือไม่ ทั้งแมวและสุนัขสามารถเข้าใจถึงท่วงทำนองอันแสนสวยงามนี้ไหม หรือดนตรีเป็นเพียงแค่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นให้เราฟังกันเองเท่านั้น

ตอนนี้ยังไม่มีคำตอบ

สุนัขไร้ชื่อตรงหน้าอาจจะกำลังโดดเดี่ยวอยู่ในโลกของตนเองโดยที่ไม่อาจเข้าใจถึงดนตรีที่เขาสื่อออกมา เช่นเดียวกับตัวเขาที่เป็นนักดนตรีโดดเดี่ยวที่บทเพลงไม่อาจส่งไปถึงใครได้เลย

เป็นเรื่องตลกที่แม้อยู่ใกล้กันขนาดนี้ แต่เราก็ยังโดดเดี่ยวอยู่ดี

ถึงวันนี้เขาก็ยังสงสัยว่าบทเพลงของเขาจะสามารถส่งไปถึงใครได้หรือเปล่านะ ถ้าเขายังคงเล่นมันต่อไปเรื่อยๆ แบบนี้ ซักวันหนึ่งสุนัขจรจัดตัวนี้จะเข้าใจสิ่งที่เขาสื่อได้หรือเปล่า แล้วเขาจะเข้าใจมันมากขึ้นด้วยไหม

นักดนตรีหนุ่มตัดสินใจแล้ว เขาว่าเขาน่าจะลองทำเพลงอินดี้ขึ้นมาซักอัลบั้ม โดยที่ไม่เกี่ยวกับทางค่ายเพลงที่สังกัด แอบเป็นโปรเจคลับๆ ที่ไม่มีชื่อคนทำ แต่ผลงานเป็นเพลงที่เขาอยากเล่น อยากร้อง เพื่อส่งไปให้ถึงใครซักคน

ใช้ชื่อวงว่าอะไรดีนะ

อา…ใช่แล้ว Nowhere ละกัน

มันเป็นชื่อที่มีความหมายลึกซึ้ง ทั้งหมายถึง “ไม่ใช่ที่ไหนเลย” แต่ก็สามารถเป็นคำว่า Now here หรือ “ที่นี่ตรงนี้” ก็ได้เช่นกัน

หากไม่ใช่ที่นี่….ก็ไม่อาจใช่ที่ไหนเลย

เขาหวังว่าซักวันหนึ่งถ้าเขาสามารถส่งบทเพลงถึงใครบางคนที่เข้าใจความหมายของมัน

แล้วสามารถค้นพบพื้นที่เล็กๆ ของตัวเองในโลกใบนี้ได้

ถ้าบทเพลงของเขาถึงใครคนนั้นได้จริง….ก็คงจะดี